Wednesday, April 29, 2009

Nepal trip The first day

ตั้งใจไว้ตั้งนานแระ ว่าจะไปเนปาลซักครั้งนึง ซื้อหนังสือมาอ่านตั้งนาน ในที่สุดช่วงสงกรานต์ 10 วันสมาชิก 3 สาวก็ตัดสินใจตะลุยเที่ยวกันโดยหาซื้อตั๋วเครื่องบินที่ตกลงกันว่าจะไปสายการบินไทยเพราะมีเที่ยวบินมากกว่า เวลาดีกว่า ไม่ดีเลย์ด้วย (แต่มีเรื่องมาเซอร์ไพรส์ได้แฮะ) คนละ 17,700 บาท เพื่อนไปหาได้ที่ ถ.ข้าวสาร ส่วนเราหาเรื่องเสียตังค์เพิ่มโดนการซื้อเลนส์ wide 10-20 มาเรย เพื่อนถามว่าแน่ใจนะว่าจะแบกเลนส์ 2 ตัวเนี่ยขึ้นเขาไหว ตอบด้วยความมั่นใจว่า แน่นอนอยู่แล้น แต่หวังว่าคงไม่ทิ้งของกลางทางอ่ะนะ
10 เมษา 2552 สุวรรณภูมิ-กาฏมัณฑุ
แล้ววันเดินทางก็มาถึง ยังคิดอยู่ว่าเร็วมากกก พวกเรานัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องออก 10.35 น. แต่รีบเข้าไปกันเพื่อจองที่นั่งที่จะเห็นเทือกเขาหิมาลัยแบบนี้ไง

เห็นไม่ค่อยชัดแฮะ ดูแล้วเหมือนก้อนเมฆ พอกัปตันประกาศให้ดูทางฝั่งขวามือ ฝรั่งก็แห่กันมาดูใหญ่เรย สจ๊วดคนนึงถามว่า ไปเนปาลทำไมเหรอ?? นั่นดิ มาม้าให้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันไม่ไป
ประมาณบ่ายโมงกว่า เครื่องก็ลงจอดที่สนามบินตรีภูวัน เมืองกาฏมาณฑุ เวลาที่เนปาลจะช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที แอบกดชัตเตอร์ถ่ายอย่างรวดเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่มาห้ามหุหุ

ตรวจคนเข้าเมืองกันเรียบร้อย เดินรอยตามหนังสือนำเที่ยวที่อ่านมาว่าให้แลกเงินรูปีเนปาลแค่ให้พอค่าแท๊กซี่ แต่ที่ไหนได้ ตอนไปแลกโดนแขกโขกกลับว่าขั้นต่ำ 20 เหรียญ พวกเราก็อ๊ะ แลกก็แลก โดนค่าคอมไป 100 รูปีล่วย มารู้ทีหลังว่าแท๊กซี่รับเงินดอลอ่ะ เรทดีกว่าด้วยนะ พอออกจากสนามบินก็ถูกพวกนายหน้าขายโรงแรมและแท๊กซี่รุมตามระเบียบ บางคนเห็นสติ๊กเกอร์บนกระเป๋ารู้ว่าเป็นคนไทยก็พูดว่า "Thailand? byebye" ซะอย่างงั้น สงสัยโดนต่อราคามามากแหงม พวกเราตกลงไปกับแท๊กซี่ที่คิด 200 รูปี แต่มันแนะนำโรงแรมตลอดทางเรย แล้วก็พาไปที่เกสท์เฮ้าส์ไรไม่รุ พอจะไม่เอาก็จะพาไปที่อื่นอีก เพื่อนตัดสินใจอยากไปหาดูเอง เลยเอาเงินให้แล้วรีบเดิน แค่ลงเครื่องก็โดนขายๆๆซะแล้ว พวกเราเดินลากกระเป๋าไปหาเกสท์เฮ้าส์เรื่อยๆ ตกลงเลือก Guesthouse Mahaluksami ห้องนอน 3 คนคิด 10 เหรียญ ห้องก็ดีนะ แต่น้ำในห้องน้ำมันเหลืองๆอ่ะ นึกว่ามีน้ำอุ่น ไม่ได้ตรวจก่อน พอมาอาบแก๊สไม่มีต้องอาบแบบหนาวๆๆๆ พอเก็บกระเป๋าไรเสร็จก็ไปเดินเล่นในทาเมลกัน ที่นี่ฝุ่นเยอะมากๆๆๆๆ หายใจไม่ออก ตาแดงหมดเลย มีคนเตือนแล้วแต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ พวกเราตั้งใจว่าวันนี้จะหาตั๋วรถไปโพครากัน แล้วก็ซื้อของนิดๆหน่อยๆ

มีของขายเยอะแยะมากมาย ผ้านี่เป็นผ้าห่ม อุ่นดี ผืนละประมาณ 4 เหรียญกว่า ส่วนอันขวาพวกไม้แกะสลัก เคยเห็นเอาไปขายที่งานพืชสวนโลก
เดินมั่วๆเจอวัดนี้เข้า ไม่รุชื่ออะไร แต่นกพิราบเยอะมากๆ เพราะคนเนปาลเวลากราบไหว้เสร็จก็จะโยนพวกข้าวไปทั่วๆ
ถ่ายรูปกันพอเหนื่อย เดินหาเอเจนซื่ถามราคารถ tourist bus ไปโพครา เจอที่นึงคิดคนละ 375 รูปี ก็ตกลงไป แต่พอแขกเช็คแล้วบอกว่าเต็มหมด เค้าว่าเพราะวันนี้มีการเลือกตั้ง พรุ่งนี้คนก็เลยจะเดินทางกันเยอะ แต่ที่ตั๋วรถเต็มเป็นความโชคดีอย่างนึงนะ เพราะตอนไปโพคราเจอกรุ๊ปคนไทย เค้าว่าเค้าได้ตั๋วรถแต่ติดอยู่บนถนนประมาณ 25 ชั่วโมงเพราะมีรถชนคนตายแล้วปิดถนนกัน แค่คิดก็สยองแล้ว ขนาดนั่งแค่ประมาณ 7 ชั่วโมงยังแย่เรย พวกเราเลยตัดสินใจไปเก็บในเมืองกับนากากอตกันก่อน เช่ารถที่ราคา 3000 รูปี แขกโฆษณาว่าเป็นรถโตโยต้า (ตอนแรกบอกว่าถ้าเปิดแอร์คิด 3500 ต่อไปต่อมาแขกเริ่มเฉลยว่ายังไงก็ไม่เปิดแอร์ แต่ถึงเปิดก็ไม่ต่างกัน ฮ่วย) โดยจะพาไปวัด Swayambhunath-Boudhanath-Pashupatinath-Bhaktapur แล้วไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่นากากอต ทิ้งปาตันเพราะเค้าว่าเหมือนกับบักตะปูร์ จองตั๋วกับรถเสร็จก็หาอะไรกิน ข้าวมื้อแรกในเนปาลเป็นอาหารชุดเนปาล ประกอบด้วยข้าวกับแกงถั่วแล้วก็อะไรไม่รุ, สปาเก็ตตี้ แล้วก็โมโม่ พอกินได้ไม่อร่อยมาก ระหว่างรอเราถือโอกาสโทรกลับรายงานมาม้า ค่าโทรนาทีละ 25 รูปีถ้าเป็นมือถือก้อ 30 รูปี